Only you นายคนเดียวที่ฉันรัก ตอนที่ 5 ทำไม..ถึงหลอกกัน !?!
posted on 08 Apr 2011 12:11 by knightevil in Diaries5
ทำไม..ถึงหลอกกัน !?!
....เฮ้อเสร็จสักที...ฉันเหยียดแขนเหยียดขา ก่อนจะลุกจากพื้นที่มีกองหนังสือเป็นตั้ง ..ก็นะฉันเป็นบรรณารักษ์ของคณะด้วยน่ะ แฮ่ะๆ..ฉันเดินไปที่ระเบียบรับลมยามราตรีอยู่นานสองนานและบังเอิญอีกครั้งที่ฉันเห็นจากัวร์สีเงินของเขาอีกครั้ง ฉันเดินเข้ามาในห้องอย่างไม่มีข้อยกเว้นก่อนจัดเรียงหนังสือให้เป็นระเบียบหลังจากที่ฉันได้ตรวจเช็คหนังสือรายสัปดาห์เสร็จ..ฉันขึ้นไปบนเตียงก่อนเปิดโน้ตบุ๊กที่หัวเตียง..แห๊มๆ ให้ฉันได้ผ่อนคลายอะไรบ้างเถอะนะ.ฉันเข้าไปเช็ค Facebook ก่อนที่จะมี MSN ของคนๆนึงขึ้นมา..
Roger Medisan : says
ไงเจสนี่ ไม่ได้คุยกันนานเลยนะ ว่ามะ
Jesny Jenjira : says
อ่อ..ว่าไงโรเจอร์ ไม่ได้คุยกันนานจริงๆล่ะเป็นไงบ้างอยู่มหา’ลัย BET สบายดีหรือ
Roger Medisan : says
ก็สบายดีพอสมควรอ่านะ แล้วเธอล่ะสบายดีมั๊ยช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นเธอ ออน MSN สักเท่าไหร่เลยนิ คิดถึงจะแย่!
Jesny Jenjira : says
ก็เรื่อยๆแล่ะ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยจะดีน่ะ = = ว่าแต่นายน่ะปากหวานเหมือนเดิมไม่เตยเปลี่ยนเลย -///- เหอะๆ ว่าแต่นายยังไม่นอนอีกหรอ ฉันแค่เข้ามาเช็คโน้นเช็คนี่จะไปแล้วเนี๊ย
Roger Medisan : says
ฮ่ะๆ งั้นหรอ ไม่เป็นไรๆ ว่าแต่เสาร์นี้เธอว่างมั๊ย ฉันอยากชวนเธอไปดินเนอร์แถวดาวน์ทาวน์น่ะว่าไงสนใจไปมั๊ย
Jesny Jenjira : says
ก็ว่างอ่านะแต่นายจะมารับฉันที่ LOP อ่านะ ?!?
Roger Medisan : says
ทำไมล่ะ ไม่ได้หรอ ??
Jesny Jenjira : says
ก็ได้นะ แต่มันจะไม่เป็นจุดสังเกตไปหน่อยหรอ นายเป็นนักศึกษาของ BET ที่ผอ. ไม่ค่อยถูกกับมหา’ลัย LOP สะด้วยสิ ช่างเถอะ นายมารับก่อนได้ถ้ามารับแล้วบอกฉันด้วยล่ะ..ฉันไปนอนล่ะนะ ฝันดี Good night
Roger Medisan: says
โอเค.ฝันดี บาย
.... ฉันยิ้มแป้นก่อนปิดโน้ตบุ๊กลงแล้วนอนล่ะกอดหมอนข้างทันที..โรเจอร์ ตอนมัธยมเขาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่กรุงเทพฯ และอยู่โรงเรียนเดียวกับฉันตอนม.4 - ม.6 เราเป็นแฟนกันน่ะช่วงนั้นอ่านะตอนนี้ก็เป็นแค่แฟนกันหลังจากย้ายไปมหา’ลัยคนล่ะที่ = = โรเจอร์พูดไทยชัดมาก ครอบครัวทางแม่คุณยายเป็นคนไทยแท้แต่คุณแม่ของโรเจอร์ไม่ค่อยให้โรเจอร์พูดไทยมากสักเท่าไหร่
วันรุ่งขึ้น
..ในเช้ามันต่อมาฉันรีบตื่นนอนให้ได้เร็วที่สุดก่อนไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดนักศึกษาก่อนจะเดินไปหอบเอาหนังสือที่ต้องเอาไปใส่ที่ห้องสมุดในวันนี้ (วันนี้เวรฉันที่ห้องสมุดคณะน่ะ) ไปไว้หลังรถทันทีก่อนจะรีบขึ้นรถแล้วขับตรงไปยังคณะทันใด..ฉันขอให้วันนี้อย่าได้เจอกับเขาคนนั้นเลย ฉันอารมณ์ไม่ดีสุดๆ ถ้าเห็นเขาเข้า =_=….
ที่ คณะอักษรศาสตร์ มหา’ลัย LOP
“สงสัย..ยังไม่มีใครมาสินะ...” ฉันเดินไปที่ห้องสมุดใต้อาคารของคณะแล้วเปิดมันและขนหนังสือเข้าไปในห้องคนเดียว..แง้ล่ะถ้าฉันไม่มาเปิดก็โดนอาจารย์ว่าเอาสิฉันไม่ค่อยชอบการโดนบ่นเท่าไหร่น่ะ = =
“อ้าว เจสนี่มาเช้าจัง?” นาทรีฟเดินมาพร้อมกับซินเดียที่กำลังจิ้ม I-Pod อยู่ ฉันแน่ใจได้เลยว่าต้องคุยกับอเล็กซ์ เราไมได้อยู่คณะเดียวกันน่ะแต่คณะของอเล็กซ์ก็อยู่ถัดจากบล็อกนี้ไปไม่เท่าไหร่
“ก็ฉันเป็นเวรเปิดห้องสมุดวันนี้น่ะซี่ ฉันไม่อยากโดนอาจารย์ Madia ว่าเอาเบื่อสุดๆถ้าโดนเธอด่า = =” ฉันนอธิบายเหตุผลไปเรื่อยๆพร้อมกับเปิดห้องสมุดให้เรียบร้อยก่อนเดินขึ้นไปบนห้องเรียนคาบแรกของเช้าวันนี้....
11.37 AM
“แจ๋วเลย....เจสสิก้า นาทรีฟ อเล็กซ์ชวนพวกเธอไปกินข้าวแถวบล็อก 7 น่ะไปมั๊ย” ซินเดียร้องด้วยความตกใจก่อนหันมาถามฉันกับนาทรีฟว่าจะไปกินข้าวกับเธอและอเล็กซ์มั๊ย..แหมให้ฉันไปไม่เป็น ก้างขว้างคอ หรอย่ะ = =
“ฉันไปนะ...”นาทรีฟตอบเสียงนุ่มดูน่าฟังกก่อนที่ฉันจะหิ้วกระเป๋าและตอบซินเดียไปว่า
“เอิ่ม...ฉันขอโทษนะ พอดีฉันไม่ค่อยหิวเท่าไหร่น่ะฝากบอกอเล็กซ์ด้วยนะ..เจอกันตอนบ่ายจ่ะ.บาย”ฉันตอบเสียงสั่นๆก่อนรีบเดินออกจากห้องไปยืนที่ระเบียงทางเดินที่ไม่มีผู้คน....น่าจะรู้ว่าฉันทำไมไม่ไปกับพวกนั้น...ฉันไม่อยากจะเจอกันอีตาบ้านั้นน่ะสิ ขโมยจูบฉันไปแบบหน้าด้านๆแบบนั้นฉันถึงกับเกลียดเลยด้วยซ้ำไป!!!
ติ๊ดๆ.....ๆ..~
ระวังที่ฉันยืนตากลมอยู่นั้นก็มีเบอร์ประหลาดๆที่ฉันไม่รู้จักเข้ามาที่บีบีของฉัน ฉันกลัวอยู่สักครู่ก่อนตัดสินใจรับ
“ฮัลโหล..”
[เฮ ว่าไงเจสนี่ กินข้าวยัง ??]
“โรเจอร์ นายได้เบอร์ฉันมาจากใครเนี๊ย ?”
[ก็แอบไปถามเพื่อนเก่านิดหน่อยน่ะ มาแต่เธอเนี๊ย ทานอะไรบ้างยัง]
“ฉันิดว่าฉันยังไม่หิวน่ะแห่ะๆ”
[อย่างน้อยๆ ฉันก็เป็นห่วงเธอนะ เจสนี่]
“บ้าน่า โรเจอร์ นายพูดอย่างกะฉันเป็นแฟนนายเลย”
[แล้วเคยเป็นมั๊ยล่ะ หืม ?]
“บะ..บ้าน่า ..ก็เคยนี่....หรือนายคิดอะไรกับฉันอยู่...”
[ก็คิดนะ..หวังว่าเธอคงจะคิดด้วย งั้นฉันไปหาเพื่อนแล้วนะ บาย]
“โอเค บาย.”
….อะไรเนี๊ย โรเจอร์ยังรักฉันอยู่ >..< ไม่คิดไม่ฝันเอาสะเลย ฉันคงไม่ได้โสดในกลุ่มล่ะ เห้อว่าแต่วันนี้ฉันก็ไม่อยากกินอะไรจริงๆนั้นล่ะ แบบว่าอาการเบื่อฉับพลันน่ะ ...ฉันถือกระเป๋าลงมานั่งไปซื้อชาเขียวมานั่งเล่นอยู่ในห้องเรียนคาบบ่ายคนเดียว จนเวลาเรียนก็มาถึงฉันก็นั่งเพลียแหล่ไม่เพลียแหล่..แง้งล่ะสิฉันไม่ได้กินข้าวเที่ยงนี่นะ เห้อคิดๆไป ฉันจะกลับไปคบกันโรเจอร์ดีมั๊ยนะ
“นี่ยัยเจสสิก้า เธอเหม่ออะไรนั้น! ตั้งใจเรียนหน่อยสิ ปกติฉันไม่เคยเห็นเธอเป็น นี่ฟังอยู่มั๊ย!!!!!”...ยัยซินเดียพูดเตือนสติฉันแต่ฉันคิดว่าในตอนนั้นฉันคงคิดแค่ว่า ฉันจะกลับไปคบกับโรเจอร์ดีมั๊ยจนเธอต้องตะโกนสติสตังค์ฉันจึงกลับมา จนอาจารย์เดินจากโต๊ะมาดุเธอว่าเสียงดัง...เห้อ ในที่สุด ฉันก็ไม่โสด แอร๊ยยยย! >///<
17:49 PM
“เจสนี่ ไว้เจอกันนะ” นาทรีฟโบกมือพร้อมกับเดินกลับไปกับยัยซินเดียที่คุยโทรศัพท์แบบไม่วางหู...ฉันคิดว่าคุยกับอเล็กซ์ ชัวร์ ตั้งแต่สองคนนี้คบกันมาไม่กี่วัน ทำไมเริ่มจะเข้าทีเข้าทางแล้วล่ะเนี๊ย ไม่เป็นไรอีกไม่กี่วันฉันก็จะไปดินเนอร์กับโรเจอร์แล้วแอร๊ยคิดแล้วเขิลเจ้าค่ะ ฉันเดินไปขึ้นรถก่อนจะขับกลับไปที่หอแล้วขึ้นห้องไปสลบค่เตียงอันแสนรัก(แสนรก)ของฉันเองแล่ะ (ทั้งๆที่ไม่ได้กินข้าวเย็น)
4 วันต่อมาเวลา 16:54 PM
..เมื่ออไหร่เขาจะโทรมานะ อุตส่าห์รอวันนี้มาตั้งนานแสนนานเลยนะเนี๊ย...ฉันบ่นพึมพำพร้อมกับนั่งรออยู่ที่หน้าหอพักก่อนจะมีรถมาจอดหน้าหอพักของฉันแล้วโทรศัพท์ฉันก็ดังขึ้น
[ไง เจสนี่ เธออยู่ไหน ฉันมารอหน้าหอเธอแล้ว]
“อ๋อ นี่ไงฉันนั่งอยู่นี่ งั้นค่อยคุยกันในรถนะแค่นี้นะ”
[อืม]
..พอฉันพูดจบฉันก็เดินไปที่ประตูข้างคนขับก่อนที่จะพบว่ามันล็อค..เอ๊ะ!?! อะไรกัน ทำไมประตูนี่ถึงล็อคล่ะ ปกติฉันต้องนั่งตรงนี้นะ...ระวังที่ฉันมึนงงอยู่กับประตูประมาณ 3-4 วินาทีกระจกประตูก็เปิดออกก่อนจะพบกับใบหน้าเรียวงามของหญิงสาวผมยาว “นาโอมิ” เพื่อนที่โรเจอร์ตอบเล่าให้ฟังบ่อยๆตอนช่วงปี 1 ว่าเธอนิสัยดีมากแต่ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่.
“ว่าไงค่ะ คุณชื่อ เจสนี่ใช่มั๊ย ?”นาโอมิถอดแว่นดำหันมาถามฉันก่อนที่จะยิ้มให้นิดหน่อยก่อนฉันจะตอบกลับไป
“อ๋อใช่ค่ะ” ฉันไม่ตอบอะไรเธอมากพร้อมกับรู้ว่าฉันต้องนั่งตรงไหน.แน่นอน นั่งด้านหลัง คนเดียว..?.นั้นสินะ คนเดียวมันเป็นสิ่งที่ฉันควรได้จะรับมาอยู่เป็นเพื่อนคือความเหงาสินะ
“ขอโทษน๊า เจสนี่ ฉันว่าจะบอกเธอก่อนน่ะ ขอโทษทีนะ” โรเจอร์ขับรถไปพลางพูดขอโทษฉันไป ฉันก็มีแต่บอกว่า ไม่เป็นไรๆ แต่ในใจ ฉันคิดไว้ว่าฉันต้องเจอกันแบบนี้อยู่แล้ว..ทำไมเขาต้องมาหลอก...ให้ฉันไปรักเขา.อีก....
19:28 PM Downtowns
“เจสนี่.คือที่ฉันชวนเธอมาวันนี้น่ะ.คือฉันจะบอกว่า ฉันจะมาแนะนำแฟนให้เธอรู้จักน่ะ แต่ฉันว่าเธอคงจะรู้จักตั้งแต่ปี 1 แล้วล่ะนะ” โรเจอร์พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดีก่อนหันหน้าไปส่งตาให้นาโอมิโดยไม่เกรงใจ
‘แฟนเก่า’ อย่างฉัน....นั้นสินะ ฉันมันแค่แฟนเก่า มันจะทำอะไรได้ ..ฉันลุกออกจากโต๊ะด้วยอารมณ์ไม่พึ่งประสงค์ก่อนจะกล่าวประโยคๆนึงว่า
“โรเจอร์ ฉัน...ฉัน.ทำไมนายต้องหลอกให้ฉันรักนายอยู่เรื่อยนะ..ไม่เข้าใจจริงๆเลย นายมัน..ดี! ขอให้รักกันมากๆนะ!!! ฉันจะเป็นกำลังใจอยู่ห่างๆ ถ้าไม่มีอะไรนอกจากนี้แล้วฉันของตัว!!!!” ฉันพูดใส่ทั้งคู่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะก่อนฉันจะเดินออกจากร้านไปอย่างไม่แยแสสายตาของทั้งบริกร ลูกค้าคนอื่นหรือแม้แต่ทั้งสองคนนั้นก็ด้วย
....โชคชะตาเล่นตลกอะไรกัน ทำไมถึงให้ฉันเจอแต่เรื่องแบบนี้อยู่เรื่อยเลย!!...ฉันเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายจนน้ำตาของโชคชะตาก็ตกลงมาอย่างแรง.ฉันเดินไปนั่งอยู่ม้านั่งที่มีร่มไม่อ่อนๆพอที่จะบังฝนได้เพื่อรอรถประจำทางแต่ ฝนที่ฉันคิดว่ายังไม่หยุดตก ทำไมไม่ตกมาโดนฉันล่ะ ? ฉันเงยหน้าขึ้นไปเจอกับร่มสีดำและแขนเสื้อของคนๆหนึ่งเท่านั้นพอฉันมองต่ำลงมาไปที่ข้างหน้าของฉัน ฉันก็พบว่า..คารอส!.. นายมาที่นี่ได้ยังไง !?!
“ทำทำหน้างงอยู่นั้นล่ะ ยัยบ๊องอยากเป็นปวดบวมตายรึไงถึงมานั่งอยู่เที่ยวนี้คนเดียวน่ะห๊ะ”คารอสตะโกนใส่ฉันทั้งๆที่ร่างฉันเปียกไปทั้งตัว...จนคิดได้เลยว่าฉันต้องเป็นหวัดแน่ๆ
“ก็มันเรื่องของฉัน ฉันจะเป็นตายร้ายดีมีใครสนด้วยเหรอ” ฉันพูดคืนคารอสที่จ้องหน้าฉันไม่ล่ะสายตาสักที ก่อนที่ฉันจะก้มหน้ามองต่ำลงเพื่อไม่อยากจะเห็นหน้าของเขา
“มีสิ!!!” และทันใดนั้นเสียงที่ฉันคิดว่า ไม่น่าจะได้ยิน ก็ได้ยินขึ้นมากับหูของฉันเอา..ซินเดีย...ซินเดียลงจากรถจากัวร์สีเงินที่นั่งผู้โดยสารก่อนจะวิ่งตากฝนตรงมาหาฉัน
“ถ้าเธอเป็นอะไรแล้ว..ฉันล่ะ.เพื่อนสนิทเธอคนนี่จะอยู่ยังไง เธอไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยหรอไง ฮ่ะ..ฮึกๆ” ซินเดียพูดใส่ฉันด้วยแววตาเป็นห่วงสะยิ่งกว่าอะไรจากเสียงที่ดังก็เริ่มเบาลงๆน้ำตาของเธอเริ่มไหลออกมาเสียงสะอื้นมาตามเป็นระยะๆ
“ซินเดีย ฉันขอโทษ..ฮึกๆ..ฉันไม่น่าเชื่อใจคนง่ายแบบนั้นเลย มันทำให้ฉันได้รับบทเรียนอีกครั้งสำหรับคำว่า โกหก เธอเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของฉัน ฉันขอโทษ”ฉันลุกจากม้านั่งก่อนจะเดินขึ้นไปกอดเพื่อนสุดที่รักแสนสนิทของฉันมากกว่าใครเป็นไหนๆก่อนที่คารอสจะพาเราสองคนไปส่งที่หอของแต่ละคน...มันคงเป็นบทเรียนของฉันอีกสินะ..คำว่าโกหก..ฉันได้รู้แล้วล่ะว่ามันเป็นยังไง...